เมื่อหลายแพล็ตฟอร์มเริ่มปรับตัว
‘การเสิร์ช’ จึงไม่ได้อยู่แค่ใน ‘Google’
เพราะปัจจุบันยังมีช่องทางอื่น ๆ มากมายให้ผู้บริโภค หรือ แบรนด์เลือกใช้ เพื่อซื้อสินค้าและบริการ ค้นหาความสนใจ หรือมองหากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ที่ตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำ SMO (Social Media Optimization) บนโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook Instagram หรือแม้กระทั่งแพล็ตฟอร์มที่โดดเด่นเรื่องการใช้คลิปสั้นสื่อสารอย่าง TikTok เอง ก็ได้นำไอเดีย และรูปแบบการเสิร์ชโดยคีย์เวิร์ดมาใช้
ดังนั้นจึงเหมือนเป็นแรงผลักดันครั้งใหญ่ ให้ Google ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น Search Engine อันดับ 1 ที่คนนิยมใช้มากที่สุดในโลก งัดกลยุทธ์เด็ดอย่าง Generative AI (Gen-AI) มาใช้ จนกลายเป็นเครื่องมือที่นับเป็นการเปลี่ยนแปลง ‘การเสิร์ช’ ครั้งสำคัญในรอบ 25 ปี ของ Google ซึ่งฟีเจอร์สุดล้ำนี้มีชื่อว่า SGE (Search Generative Experience)
🔎 SGE คืออะไร?
การค้นหาใน Google ที่ได้ทำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ตรงประเด็น และหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ค้นหาคำตอบ, สรุปประเด็น หรือ ขอคำแนะนำ เพียงพิมพ์คีย์เวิร์ดที่ต้องการไปใน #GenerativeAI ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นการสรุปคำตอบแบบภาพรวม จากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาให้ตรงกับสิ่งที่เราโฟกัสมากขึ้น โดยไม่ต้องไปคลิกเพื่อค้นหาทีละลิงก์ จากวิธีการเสิร์ชแบบเดิม ๆ
✨ ประโยชน์ของผู้บริโภคและแบรนด์
เนื่องจาก Google มีฐานข้อมูลสินค้าและบริการ อยู่มากกว่า 3.5 หมื่นล้านรายการ จึงทำให้ AI คัดเลือกสินค้า ที่ตรงกับพฤติกรรมการค้นหาของผู้บริโภคมาโชว์ในลิสต์แรก ๆ โดยจะแสดงเป็นภาพสินค้า ชุดข้อมูล รุ่น สี ฟังก์ชันการใช้ ฯลฯ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น จุดเด่นด้านการเสิร์ชนี้เองนอกจากเป็นประโยชน์ของผู้บริโภคแล้ว ฝั่งแบรนด์ก็มีความท้าทาย เพราะต้องทำให้สินค้าเข้าไปนั่งอยู่ในใจของ AI เพราะ Google จะนำข้อมูลไปสอน AI ก่อนแสดงผลลัพธ์ เช่น
▪️เลือกใช้ข้อมูลสื่อสารเกี่ยวกับแบรนด์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
▪️ทำคอนเทนต์ที่ช่วยตอบคำถามเจาะจง หรือ ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ
▪️ข้อมูลละเอียดอ่อน เช่น ประเด็นการเมือง จะไม่ถูกให้ความสำคัญใน SGE
🤔 ผลกระทบต่อ SEO และวิธีการรับมือ
เมื่อฟีเจอร์นี้เปิดตัว จึงกลายเป็นแรงต้านสำคัญ ของเหล่านักทำ SEO (Search Engine Optimization) ที่ความยาก คือ การเตรียมข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช้ข้อมูลประกอบที่ไร้ผู้เชี่ยวชาญอ้างอิง หรือไม่มีที่มาที่ไป รวมถึงให้ความสำคัญของการเขียนที่ละเอียดครอบคลุม เน้นการเขียนเชิงคุณภาพ ตอบคำถามได้อย่างตรงจุด เพื่อให้เว็บไซต์ของเราถูก AI คัดสรรขึ้นไปแสดงแก่ผู้ที่ค้นหานั่นเอง
อย่างไรก็ตามฟีเจอร์ SGE ยังจำกัดการใช้อยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งรับรองแค่ภาษาอังกฤษและสเปนเท่านั้น แน่นอนว่ายังไม่มีขีดจำกัดในแง่ของการพัฒนา ที่กว่าจะมาถึงให้เราได้ใช้งานกันจริง ๆ ก็อาจเปลี่ยนแปลงไปในเวอร์ชันที่ล้ำกว่านี้ก็เป็นได้
ขอบคุณข้อมูลจาก:
https://shorturl.at/NCXr3 / https://shorturl.at/KSg1h
https://shorturl.at/cyU6e / https://shorturl.at/EKD4V
